เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู
 

 

*หมายเหตุ : ตรงที่เป็นตัวเอียงคือภาษาอังกฤษนะคะ เพราะว่าแอมไม่ใช่คนญี่ปุ่นน่ะค่ะ*

 

 

 

"นี่ยัยแอม! เธอจะไปไหนน่ะ!? แอม! แอมเบอร์ คาร์ลทราส!! กลับมานี่นะ!"

เสียงหญิงวัยกลางคนตะโกนไล่หลังมาเสียงดัง น้ำเสียงขุ่นมัวรำคาญเรียกชื่อเด็กสาวหมายจะให้หยุดเดินและหันกลับมาฟังสิ่งที่เธอพูดอีกครั้ง

แต่ไร้ประโยชน์ เด็กสาวที่ถูกเรียกกลับหันหลังเดินห่างออกไปตามทางราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงเรียกนั้น

'น่ารำคาญจริงๆ...'

ฉันยังคงบ่นกับตัวเองอยู่ในใจ.. สองเท้ายังก้าวเดินต่อไปที่ประตูบ้านอย่างไม่สนใจเสียงเรียกที่น่ารำคาญของเจ้าของบ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปกครองของตัวเอง...

ใช่.. ผู้ปกครอง...อย่าคิดว่าฉันเป็นเด็กก้าวร้าวล่ะ ถึงจะเป็นผู้ปกครองแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดสักหน่อย.. แค่ให้ข้าวให้ที่ซุกหัวนอนกับความน่ารำคาญที่ฉันได้รับมาตลอดชีวิตเท่านั้นเอง

"เด็กอย่างแกนี่มันเหลือทนจริงๆ! ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไมแม่แกถึงโยนภาระอย่างแกมาให้ฉันแบบนี้!!"

อึก...

ถ้อยคำจากปากเจ้าของบ้านเมื่อครู่นั้น แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงการยั่วยุให้ตัวเองโกรธแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเสียความเยือกเย็นไป เพราะถ้อยคำเหล่านั้นแทงเข้ากลางใจเด็กสาวอย่างจัง

พอกันที... ฉันไม่จะไม่ทนอยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว!!

ปึง! เสียงตบประตูด้วยเส้นอารมณ์ที่ขาดผึงของเด็กสาวดังขึ้น ทำให้เสียงของหญิงสาวที่ตะโกนไล่หลังมาตลอดหยุดลง

"นั่นสิคะ.. ฉันน่ะเป็นภาระมาตลอดอยู่แล้ว เห็นแก่ที่คุณเลี้ยงฉันมาจนตอนนี้ ฉันจะไสหัวภาระนี่ไปให้พ้นจากชีวิตคุณเอง!!"

ฉันรีบสวมรองเท้าและเปิดประตูเดินออกไป

"ขอบคุณสำหรับความอดทนที่ผ่านมา แล้วไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีกนะคะ"

"แก.. ชักจะมากไปแล้--"

ปัง! เสียงปิดประตูดังสนั่น เด็กสาวออกเดินไปข้างหน้าอย่างสบายๆ เดินและเดิน ไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มีเหตุผลเพียงอย่างเดียวคือไปให้ไกลจากบ้านหลังนั้น…

'ยัยป้านั่นน่ารำคาญจริงๆ.. แม่สนิทกับยัยนั่นแค่ไหนกันถึงไว้ใจขนาดให้เลี้ยงฉันแทนแม่...'

'เอ้ะ.. ไม่สิ ไม่จำเป็นต้องไว้ใจสักหน่อย ฉันจะเป็นยังไงก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วนี่นะ...'

ฉันเดิน เดินไปเรื่อยๆบนทางที่ทอดยาวไป ผ่านร้านค้ามากมาย เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาทะลุซอยโน้นซอยนี้ไปเรื่อยๆ ในหัวก็คิดแต่เรื่องเดิมวนซ้ำไปมา  รู้สึกตัวอีกทีฉันก็มาอยู่ที่สวนสาธาณะนี่ซะแล้ว..

สวนสาธารณะ? ฉันว่าแถวบ้านไม่มีสวนสาธารณะนะ..? เอ้ะ.. แล้วนั้นร้านอะไรน่ะ..

'นี่.. ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย..'

สองข้างทางเป็นบรรยากาศที่ไม่คุ้นตา  มินิมาร์ท? ข้างๆก็ร้านขายอุปกรณ์อะไรสักอย่าง.. จุดรอรถประจำทาง.. สวนสาธารณะมืดๆกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นสองสามคนที่อยู่ห่างออกไปหน่อยนึง..

นี่ไม่ใช่แถวบ้านแน่... ทำไงดีล่ะ เริ่มมืดแล้วด้วย..

แย่จริง.. ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลย.. ป้ายก็อ่านไม่ออก ภาษาก็กระท่อนกระแท่นได้เป็นคำๆ การมาโตที่ประเทศนี้ไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลยจริงๆ..

"นี่ คุณน่ะ.."

อ้ะ!?  

'ใครเนี่ย..'

"สวัสดีครับ ดูเหมือนว่าคุณจะต้องการความช่วยเหลือนะ"

เด็กหนุ่มตรงหน้ากล่าวยิ้มๆอย่างเป็นมิตร หากแต่ถ้อยคำเหล่านั้นเด็กสาวไม่ได้เข้าใจแม้แต่น้อย

'พูดอะไรน่ะ? สวัสดี.. แล้วอะไรต่อนะ.. ไม่เข้าใจแฮะ..'

"อาโอกิซัง คุณทำอะไรอยู่น่ะ อ้ะ คนนั้นใครน่ะ?"

"คาซึกิคุงทำอะไรน่ะ อ้ะ ขอโทษแทนคาซึกิคุงด้วยนะคะ เขาคงไม่ได้ทำอะไรเสียมารยาทกับเธอสินะ? กับคนนี้ต้องระวังตัวไว้ให้ดีนะ-- " 

'ฮะ..เฮ้.. อ๋า... จะบอกยังไงดีล่ะ พูดอะไรกันเนี่ยคนพวกนี้'

ไม่ได้แล้วแฮะ ลองดูแล้วกัน

"อ่ะ..อ่า.. ขอโทษนะ ฉันไม่เข้าใจที่พวกคุณพูดน่ะ

"อ้ะ เธอไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นหรอ แบบนี้ก็แย่เลยสิ" เด็กผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าตอบกลับด้วยสีหน้าประหลาดใจ

"แล้วเธอมาทำอะไรในที่แบบนี้เนี่ย ยิ่งที่ปลอดคนแบบนี้ด้วย มันอันตรายนะ" ผู้หญิงอีกคนที่ตัวพอๆกับฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงคล้ายๆกังวล

"ขอโทษนะทั้งสองคน แต่ให้คนๆนี้อธิบายเรื่องของเธอก่อนดีมั้ย ถ้าเธอไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นจริงๆรัวคำถามใส่เธอขนาดนั้นเธอจะเข้าใจได้ยังไงล่ะครับ"

"อ้ะ นั่นสินะคาซึกิคุง ขอโทษนะจ๊ะ เอาใหม่แล้วกัน ฉันชื่อไอนะ เอมิ ไอจ้ะ ส่วนคนนี้คือคากามิจังจ้ะ แล้วนี่ก็คาซึกิคุง เธอชื่ออะไรหรอ"

"อะ..แอมเบอร์.. ฉันชื่อแอมเบอร์" ฉันรู้ตัวเลยว่าพูดด้วยน้ำเสียงที่หวาดๆ แต่ทั้งสามคนตรงหน้าก็มีท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น